โบท็อกซ์ (Botox) เป็นยังไงกันแน่ เนื้อหานี้มีคำตอบ

โบท็อกซ์ (Botox) เป็นการศัลยกรรมเสริมความสวยงามอีกอย่างหนึ่ง ในขณะนี้นับว่าเป็นเรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวันของคนสามัญ ทั้งยังการเสริมจมูก เสริมเต้านมแล้วก็ปรับเปลี่ยนโครงสร้างของบริเวณใบหน้าตามความอยาก และก็มั่นใจว่าเมื่อเอ๋ยถึงการศัลยกรรมเสริมความสวยสดงดงามทุกคนจำเป็นจะต้องรู้จักดีกับคำว่า โบทูลินั่ม ท็อกสิน (Botulinum toxin) หรือที่เรียกสั้นว่า โบท็อกซ์ วันนี้พวกเราจะมาทำความรู้จักกับสารตัวนี้กัน

สารโบทูลินั่มมี 7 จำพวกเป็นโบทูลินั่มประเภท เอ – จี ซึ่งแต่ละประเภทมีคุณลักษณะดีไม่เหมือนกัน และก็โบทูลินั่มที่ใช้ในทางการแพทย์มี 2 ประเภทเป็น โบทูลินั่มจำพวกเอ ที่ใช้ในทางความงดงาม แล้วก็ โบทูลินั่มจำพวกบี ใช้เพื่อการรักษาคนเจ็บโรคกล้ามอ่อนกำลัง

Botox เหมาะสมกับคนไหนกันแน่บ้าง

โบท็อกของอเมริกาสามารเริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 7 ขวบ การฉีด Botox จะช่วยลดริ้วรอยที่เกิดขึ้นมาจากการแสดงอารมณ์ต่างๆยกตัวอย่างเช่นหน้าผาก รอยเท้ากา ริ้วรอยรอบดวงตา ปาก และก็ยังสามารถฉีดเพื่อชูขนคิ้วขึ้น ทำให้ตาดูโตขึ้น มองดูอ่อนวัยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เหมาะกับใช้ปรับรูปหน้าให้มองเรียว กระชับผิวหนัง รวมถึงลดเหงื่อรอบๆจั๊กกะแร้ได้อีกด้วย

ภายหลังจากฉีดอาจมีลักษณะของการปวดหัวหรือปวดในรอบๆที่ฉีด แม้กระนั้นก็จะหายไปเองในระยะเวลาเพียงไม่นาน บางรายบางทีก็อาจจะบดของกินได้ยากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งของกินที่แข็งแล้วก็เหนียวเพราะว่าการขยับกล้ามในรอบๆที่ฉีดมีความหนืดเยอะขึ้น ดังนี้การฉีดโบท็อกจึงควรใช้ความชำนิชำนาญรวมทั้งประสบการณ์ของหมอเป็นหัวใจสำคัญเนื่องจากถ้าเกิดฉีดไม่ถูกตำแหน่งบางทีอาจเป็นผลข้างๆอย่างตาตก ปากเบี้ยวยิ้มมิได้ หรือหน้าแตกต่างกัน

โบท็อกซ์ อันตรายหรือเปล่า

จากการรวบรวมคนไข้ที่ได้รับการฉีด โบทูลินั่ม ท็อกสิน มากมาย ในต่างถิ่น พบว่าปลอดภัยถึงชีวิต เมื่อใช้โดยผู้ที่มีความเชี่ยวชาญแล้วก็ใช้ฉีดเพื่อความงาม

ผลกระทบส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นมักเป็นแบบเฉพาะที่ อย่างเช่น หนังตาตก กลืนของกินทุกข์ยากลำบาก หน้าไม่สมมาตร หรือจุดเลือดไหลในรอบๆที่ฉีด ซึ่งกำเนิดได้หากแม้ในมือผู้ชำนาญ โดยเหตุนั้นหมอ รวมทั้งผู้ที่ทำการดูแลและรักษาจำเป็นจะต้องคุยกันอย่างละเอียดก่อนจะมีการฉีดทุกคราว

เมื่อเป็นผลใกล้กันแล้วจะทำเช่นไร?

ตามที่ได้กล่าวแล้วช่วงต้นว่าผลจากการฉีด โบทูลินั่มท็อกสิน นั้นจะเบาๆหมดไปเองภายในช่วงเวลาเป็นเดือน ด้วยเหตุนั้นคนรับการดูแลและรักษาก็เลยใจเย็นๆรวมทั้งเบาๆคอยได้ผลของ โบทูลินั่ม ท็อกสิน หมดไปเองก็ได้ ส่วนในเรื่องที่กำเนิดหนังตาตกนั้น คนรับการดูแลรักษาควรจะขอคำแนะนำหมอผู้ที่ทำการดูแลรักษาเป็นกรณีไป

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *